The warrior 2

posted on 05 May 2011 12:26 by wickynana in FICTION

The warrior 2

 

Talk:หายไปกับภาคแรกเกือบปี กับมากับภาคสอง ภาคแรกนี่เหมือนจะดราม่า แต่ภาคสองนี่เหมือนจะรั่วน่ะ ไปอ่านกันโหลด


ข้าตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดหนึบไปทั้งตัว ข้าพยายามพยุงร่างตัวเองขึ้น ความเจ็บจากเบื้องล่างก็แล่นแปลบขึ้นมาทันที

 

“ โอ๊ยย!!!” ข้าร้องด้วยความเจ็บ

 

“ฮึ เพราะไอ้เด็กบ้านั้นคนเดียวเลย เจอหน้าข้าจะฟันคอแล้วเอาไปให้เป็ดกินเลยคอยดู” ข้ากำหมัดด้วยความโมโห(หิว)>>ไม่เกี่ยว ไรเตอร์นี่แหละหิว

 

ข้าจึงหยิบเสื้อผ้ามาสวมด้วยความยากลำบาก มองดูร่างกายก็มีแต่รอยแดงเถือกเต็มไปหมด ขนาดว่าใส่เสื้อผ้าแล้วก็ยังเห็นชัดเจน ฮึ่ย ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น

 

ตึก ตึก ตึก

 

เสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อยบ่งบอกให้ข้าต้องรีบหนี ข้าจึงรีบคว้าดาบหนี นี่ข้าไม่ได้กลัวมันน่ะแต่ที่หนีก็เพื่อไปตั้งหลักเท่านั้นแหละ(เชื่อจ่ะพ่อคู้ณณ)

 

ข้าโยนของออกนอกหน้าต่าง ก่อนจะปีน(ตะเกียดตะกายมากกว่า)ขึ้นแต่ก็ต้องชะงักเมื่อความเจ็บปวดเบื้องแล่นแปลบมากอีกระรอก ข้านิ่วหน้าตัวความเจ็บ และเป็นจังหวะที่ไอ้เด็กเวรนั่นเปิดประตูเข้ามาพอดี ทำให้ข้าต้องกัดฟันรีบปีน(ตะเกียดตะกาย)อีกรอบ แต่ไอ้เด็กแก้มยุ้ยนั้นก็เข้ามารวบตัวจากด้านก่อนจะพาดขึ้นบ่า

 

“ปล่อยข้าน่ะ โอ้ย” ข้าพยายามดิ้นหนี แต่ความเจ็บจากเบื้องล่างทำให้ต้องหยุด ไอ้เด็กแก้มยุ้ยวางข้าลงบนฟูกและนั่งลงตรงข้ามข้า

 

“ฮึ นึกว่าแน่” ไอ้เด็กแก้มยุ้ยหัวเราะในลำคอพร้อมเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างดูถูก

 

“เพราะเจ้านั่นแหละ”ข้าตวาดใส่ด้วยความโมโห

 

“อะไรกัน เจ้าเองก็เคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสของข้าไม่ใช่หรือ” ไอ้เด็กแก้มยุ้ยเหยียดยิ้มที่มุมปากพร้อมแววตาเจ้าเลห์

 

“เจ้า!!” ข้าตวาดอีกครั้งไอ้เด็กนี่ชักจะมากไปแล้วน่ะ

 

“หรือจะบอกว่าเสียงครางใต้ร่างข้าเมื่อคืนไม่ใช่เสียงเจ้า”

 

พลั่ก!!!

 

ข้าชกไอ้เด็กแก้มยุ้ยไปเต็มแรงด้วยความโกรธแม้ว่าข้าเองก็ต้องเจ็บตัวด้วยเช่นกัน ข้าพยายามยันตัวลุกขึ้นพร้อมกับกัดฟันเพื่อฝืนความเจ็บปวดไว้

 

“หยุดพูดซักที ข้าเป็นถึงนักรบของกองทัพญี่ปุ่นเจ้าไม่มีสิทธิมาพูดแบบนี่ แล้วที่เจ้าบอกข้าว่าเรื่องเมื่อคืนเป็นค่าเหล้าใช่ไหม งั้นก็ถือว่าข้ากับเจ้าหมดหนี้สินกัน ข้าจะไม่เอาเรื่องเจ้า แล้วข้าก็จะไปตามทางของ ข้าหวังว่าคงไม่ต้องเจอเจ้าอีก”ข้าทำท่าจะเดินออกไปถ้าไอ้เด็กนั้นไม่เอามือขวางไว้ซ่ะก่อน พร้อมกับยืนข้าประชันหน้ากับข้า

 

“เดี่ยวใครบอกเจ้าว่านี้เจ้าหมดแล้ว ค่าค้างคืนที่เจ้านอนที่นี่ และที่เจ้าชกข้าไปเมื่อกี้ ข้ายังไม่ได้คิดเลย” ไอ้เด็ดนั่นพูดเหยียดยิ้มที่มุมปากพร้อมยืนหน้ามาใกล้ข้า จนทำให้ข้าต้องถอยหนี

 

“หยุดเลย”ข้าชี้หน้าสั่ง สายตาเจ้าเลห์กับรอยยิ้มนั้นทำให้ข้านึกถึงภาพเมื่อคืนขึ้นมาทันที “กะ ก็เมื่อคืนเจ้าทำแบบนั้นข้าก็ต้องค้างที่นี้สิ แล้วเจ้าก็ทำให้ข้าโมโหข้าก็เลยต้องชกเจ้า ยังไงๆมันก็ความผิดเจ้า ข้าจะแจ้งตำรวจ” เอาสิทีนี้กลัวขึ้นมาหละสิ แต่ผิดคลาด

 

“ฮ่ะ ฮ่า ฮ่า เจ้าคิดว่าในยามนี้พวกตำรวจจะฟังเรื่องของเจ้างั้นรึ ยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ แค่ข้าให้เหล้าดื่มฟรีพวกนั้นก็พร้อมจะยอมฟังข้ากันหมดแล้ว” ไอ้เด็กนั้นหัวเราะเยอะข้า

 

“และอีกอย่างน่ะตอนนี้มันเป็นยุคของพวกพ่อค้า ไม่ใช่นักรบเช่นเจ้า ป้ายสัญลักษณ์ก็ไม่มี เที่ยวบอกว่าเป็นนักรบกองทัพ ดูสภาพเจ้าตอนนี่สิไม่ต่างอะไรจากขโมยเลย”

 

“เจ้า” ข้าชี้หน้า พูดด้วยเสียงสั่นเคลือ เหมือนมีอะไรจุกที่คอให้พูดไม่ออก น้ำตาค่อยๆไหลอาบแก้ม

 

“ตั้งแต่เกิดมาไม่มีใครเหยียดหยาม ข้าขนาดนี้มาก่อน ไม่มี...”ข้าสูดลมหายใจเข้าอีกครั้งก่อนจะพูดต่อ “เจ้าบอกข้าว่าหนี้ข้ายังไม่หมดใช่ไหม ได้!! ยังไงตอนนี้ข้าก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วเจ้าจะทำยังไงก็เชิญ

 

“....”

 

“ว่ายังไงลูกหนี้เจ้ายืนอยู่ตรงหน้าเจ้าแล้วรออะไรอีกหละหรือว่า...”

 

ยังไม่ทันจะพูดต่อก็ถูกปิดทับด้วยริมฝีปากของอีกฝ่าย ลิ้นร้อนเลียริมฝีปากเพื่อให้เปิดออกก่อนจะแทรกเข้าไป ริ้มรสหวานในโพรงปากก่อนจะควานหาลิ้นกวัดรัดเหนี่ยว

 

“อื้อ”ข้าร้องประท้วงเพราะหายใจไม่ออก อีกฝ่ายจึงยอมปล่อย ก่อนจะใช้นิ้วเกลี่ยน้ำตาข้าออกเบาๆ สายตาของเค้าเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน จนข้าแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง

 

“ข้าขอโทษ หากคำพูดข้าเหยียดหยามเจ้าเกินไป ข้าแค่อยากเตือนเจ้า อย่าไปบอกใครอีกว่าเป็นนักรบ เพราะมีนักรบอยู่คนที่เคยมาสร้างความเดือดร้อนให้คนแถวนี้ ถ้าเค้ารู้ว่าเจ้าเป็นนักรบเจ้าอาจจะต้องเจ็บตัว แล้วยิ่งสวยๆอย่างเจ้าอาจจะโดนอย่างอื่นด้วยก็ได้” ไอ้เด็กนั้นพูดก่อนจะหอมหอมแก้มข้าไปอีกฟอด

 

“ละ...แล้วเจ้าทำแบบนี้ทำไม เจ้าเองก็ทำ...ทำร้ายข้าเหมือนกัน”ให้ตายเถอะข้าไม่อยากสบตาคู่นั้นเลย มันทำให้ข้าต้องนึกถึงเรื่องเมื่อคืน แถมใจเต้นแปลกๆและตอนนี้ข้าก็รู้สึกว่าหน้าข้าเริ่มร้อนๆขึ้นมาด้วย เอ๊ะ หรือว่าข้าเขิน แล้วข้าเขินทำไมเนี่ย!!! แต่เมื่อกี้ไอ้เด็กแก้มยุ้ยชมข้านี่น่า แต่...เฮ้ย!!! ไอ้เด็กบ้า ชมข้าว่า สวย!!! ข้าเป็นผู้ชายน่าโว้ยย(โอโห ไม่ตกใจพรุ่งนี้เลยหละพ่อคู้ณณณ>>ไรเตอร์)

“เจ้าทำมะ...”คำพูดทีกะว่าจะพูดมลายสิ้นเมื่อไอ้เด็กบ้าหอมข้าอีกฟอด

 

“เวลาเจ้าเขินน่ารักดีน่ะเนี่ย”และก็อีกฟอด โอ้ยยย ไอ้เด็กบ้า คำก็สวย สองคำก็น่ารัก แล้วก็ฟอดอยู่นั้นแหละ ไม่แก็บไปหอมที่บ้านเลยหละ(ได้ข่าวว่าก็อยู่บ้านเค้า ห้องนอนเค้าด้วย และข้างๆก็มีฝูกน่ะ ฮิ้ววว>>เพื่อฉากนั้นจริงๆ) แล้วหน้าข้าอีกหละจะแดงไปไหนนนน

 

แล้วข้าก็ทำได้แค่ยืน นิ่งๆ และไอ้เด็กนั้นก็ยืนกอดข้า นิ่งๆ และบรรยากาศ เงียบๆ

 

เฮ้ย!!! มันเงียบเกินไปแล้วน่ะ

 

“นี่เจ้าเด็กแก้มยุ้ยปล่อยสักที”ข้าตัดสินใจทำลายความเงียบนั้น และไอ้เด็กแก้มยุ้ยก็ปล่อยข้าแต่โดยดี เฮ้ย บทจะว่าง่ายก็ง่ายๆเฉยเลย (อดีต)นักรบปาร์ค แจบอม เดาอารมณ์ไม่ถูกเลย

 

“ข้าชื่อ จาง อูยอง ไม่ใช่เจ้าเด็กแก้มยุ้ย จำไว้ส่ะด้วย แต่ถ้าอยากเรียกสั้น เรียกข้าว่าด้งก็ได้”ไอ้เด็กด้งอะไรนั้นส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ เอาอีกแล้ว หน้าข้าร้อนอีกแล้ว

 

“แต่ข้าจะเรียกเจ้าแก้มยุ้ยเจ้าจะทำไม”ข้าเชิดหน้าใส่

 

“ตามใจขอรับ คุณผู้หญิง จุ๊บ” อ๊ากกก ไอ้เด็กบ้านี่ ข้าจะฟันคอเจ้า ทั้งหอมทั้งจูบเห็นข้าเป็นอะไร(เห็นเป็นคนสวยไง ฮิ้ววว>>อินี่ตลอด)

 

“เจ้า!”และข้าก็พูดไม่ออกเหมือนเคย

 

“นี่เดี่ยวเจ้าก็เป็นลมหรอก เส้นเลือดมากองอยู่บนหน้าหมดแล้ว” อ๊ากกก ไอ้เด็กบ้า ข้าจะฆ่าเจ้าจริงๆแล้วน่ะ

 

“หยุดเดี่ยวนี่ ไม่อย่างนั้นข้าจะฆ่าเจ้า” ข้าพูดเก๊กหน้าโหด

 

“งั้นก็เอาสิ”เจ้าเด็กนั้นไม่หยุดแถมยังยื่นหน้ามาใกล้ข้าเรื่อยๆ ส่วนข้าก็ถอยหลังไปเรื่อยๆ เอ่อ ติดผนังแล้วนี่หว่า ตอนนี้หน้าของข้ากับเจ้าเด็กนั้นห่างกันไม่ถึงคืบเรียกว่าจมูกแทบชนกันเลยมากกว่า ข้าเลยต้องหลับตาปี๋ แค่นี่หน้าข้าก็แดงไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

 

“ที่ข้าทำแบบนั้นกับเจ้าก็เพราะเจ้ายั่วข้าก่อนไหง”ข้ายั่วตอนไหนว่ะ

 

“ข้าก็เลยทนไม่ไหวไงหละ”เจ้าเด็กนั้นแก้ตัว

 

“แล้วเรื่องขโมยเหล้าหละ” ข้าถามด้วยความสงสัย

 

“อ้อ ข้าโกหกจริงๆข้ามีอยู่เยอะเลย” เจ้าเด็กนั้นตอบพร้อมรอยยิ้ม

 

“ไอ้เด็กบ้า!!!” ข้าฟาดมือไป แต่!! เจ้าเด็กนั้นรับทัน

 

“แต่ไอ้เด็กบ้าคนนี้ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีเจ้าแล้วกันหละ เอาเป็นว่าข้าจะรับผิดชอบเจ้า ต่อไปนี้เจ้าก็ใช้ชีวิตอยู่ที่นี้ในฐานะภรรยาข้าแล้วกัน” จู่ๆเจ้าแก้มยุ้ยก็พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง และคำพูดจริงจังที่ทำเอาข้าพูดไม่ออกเลยทีเดียว

 

“ตะ..แต่ข้าเป็นผู้ชาย”ข้าพูดเบาๆ ค่อยๆลืมตาดูอีกฝ่าย อย่างกล้าๆกลัวๆ

 

“ข้าไม่สนขอแค่ข้าได้อยู่กับเจ้าก็พอ” แล้วริมฝีปากก็ประทับบนริมฝีปากข้า นุ่นนวล อ่อนหวาน และเนิ่นนาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้าใช้ชีวิตร่วมกับเจ้านักรบจอมดื้อมาได้ปีหนึงแล้ว ก็เหมือนชีวิตคู่ทั่วไปมีทุกรสชาติดีบ้างทะเลาะบ้าง ส่วนร้านที่ได้ภรรยาสุดสวยมาช่วยหลักเหล้าไปส่งขายในเมืองด้วยเลยทำให้ร้านข้าขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ข้าเลยสร้างบ้านใหม่ซึ่งถือเป็นเรือนหอด้วยซ่ะเลย

 

แกรกกก

 

ข้าปิดประตูร้าน เก็บร้านทั้งๆที่ยังไม่ถึงเวลาปิด ทำไมน่ะหรือ ก็วันนี้วันครบรอบแต่งงานก็ไอ้วันของเมื่อสามปีก่อนที่พวกเจ้าเพิ่งอ่านไปบรรทัดบนๆไง ข้าเตรียมของขวัญเป็นแหวนทองคำรูปดาบซามูไรไว้ ก็ชอบบอกว่าตัวเองเป็นนักรบนักนี้

 

“อ้าว เจ้าแก้มยุ้ย ทำไมวันนี้รีบปิดจัง” ภรรยาสุดสวยของข้าเดินมาถาม ดวงตาใสแป๋วนั้นมองด้วยความสงสัย

โอ้ยยย จะน่ารักไปไหนเนี่ย

 

“ข้ารู้ไม่ค่อยสบาย”ข้าเอามือกุมหัว ทำหน้ายุ่งๆเพื่อความเนียน

 

“เจ้าเป็นอะไรเนี่ย”สุดสวยของข้าถามด้วยแววตาตื่นตระหนก แล้วเอามือมาอังที่หน้าผากเพื่อวัดไข้ เอ่